รีวีวคอร์ส LLM International Environmental Law ที่ University of Kent กับพี่เขต

รีวีวคอร์ส LLM International Environmental Law ที่ University of Kent กับพี่เขต

รีวีว LLM กับพี่เขต
University of Kent: LLM International Environmental Law

สวัสดีครับ ชื่อเขต นะครับ เรียนจบ LLM in International Environmental Law University of Kent ครับ

👉 เหตุผลที่เลือกเรียน LLM International Environmental Law ที่ University of Kent

ก่อนอื่นเลยมหาวิทยาลัยนี้ตั้งอยู่ที่เมือง Canterbury อยู่ใกล้ๆ กับ London ครับ เหตุผลที่เลือกเรียนที่นี่ก็มีอยู่หลายข้อเหมือนกันครับ อันดับแรกและสำคัญที่สุดเลย ก็คือหลักสูตรที่นี่ได้รับการรับรองโดย ก.ต. และ ก.อ. ครับ ซึ่งจะเป็นเงื่อนไขสำคัญสำหรับผู้สมัครสอบผู้ช่วยผู้พิพากษาหรืออัยการผู้ช่วยสนามจิ๋วครับ

ต่อมาก็คือโลเคชั่นของเมือง ค่าครองชีพ และค่าเรียนครับ เมื่อเปรียบเทียบกับมหาวิทยาลัยอื่นๆ ที่เราเลือกไว้ เราถูกใจที่นี่สุด ลงตัวกับเราสุดครับ

 

👩‍🎓 เลือกเรียน Pre-sessional ด้วย เพราะไม่ได้เรียนแค่ภาษาอังกฤษอย่างเดียว

พอผมตัดสินใจไปเรียนที่ Kent ก็เลือกเรียน Pre-Sessional ของที่นี่ด้วยเลย เพราะว่าอังกฤษของเราไม่ถึงกับเก่งมากประกอบกับมีเวลาเตรียมตัว IELTS น้อย การไปปรับพื้นฐานที่นั่นเลยคิดว่ามันต้องพัฒนาตัวเองได้แน่นอน หลักสูตร Pre-sessional ของ Kent จะสอนทั้งฟัง พูด อ่าน เขียน และการทำ Project ครับ หลักๆ ของการเรียนพรีที่นี่คือไม่ได้มาปูพื้นฐานภาษาอังกฤษแบบบ้านเราแล้ว จะเน้นไปในทางการเรียนต่อปริญญาโทอย่างการทำ Essay เช่น โครงสร้างของการเขียนเชิงวิชาการ การ References การคิดวิเคราะห์และค้นคว้าครับ สอนโดยอาจารย์ที่เข้าใจว่าเรามีวัฒนธรรมการเรียนมาอย่างไร ทำให้ไม่กดดันจนเกินไปครับ บรรยากาศการเรียนในห้องก็จะแบ่งนักเรียนในห้องให้ไม่เยอะจนเกินไปเพื่อให้มีโอกาสได้มีส่วนร่วมกับการเรียนทุกคนครับ นี่คือจังหวะที่จะทำให้เราได้พัฒนาตัวเองได้ดีเลยครับ พอช่วงท้ายของการเรียนก็จะได้ assignment มาหนึ่งงานที่กำหนดให้มันเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เราสนใจจะเรียนในคอร์ส LLM เหตุผลก็เพื่อให้เรามีเวลา research ได้ก่อนเพื่อนๆ ที่มาเรียน LLM โดยตรงเลย ถือเป็นการเตรียมความพร้อมให้เราได้ดีระดับหนึ่งเลยครับ

 

👩‍🏫 สไตล์การเรียนการสอนของที่ Kent Law School 

ส่วนการเรียน LLM ของที่ Kent Law School นี้จะให้โอกาสเราได้เข้าเรียนในทุกวิชาที่เราสนใจได้ 2 weeks ทำให้เราได้เห็นสไตล์อาจารย์แต่ละท่าน การวัดผล รวมทั้งเนื้อหาที่เราสนใจได้ ให้พอได้ตัดสินใจว่าเราจะลงวิชาอะไรบ้าง อยากจบสาขาอะไร ส่วนตัวผมเลือกเรียน International Environmental Law เพราะนอกจากเป็นคอร์สที่ กต. และ กอ. รับรองแล้ว เนื้อหาน่าสนใจมากทั้งที่เราไม่เคยรู้อะไรเกี่ยวกับสาขานี้เลย ไม่เคยมีความรู้กฎหมายสิ่งแวดล้อมใดๆ มาก่อนเลย ใหม่สำหรับผมและเพื่อนๆคนไทยมากเลย แต่ผ่านกันไปได้ทุกคน สบายมากครับ อาจารย์ Environmental Law เป็น Expert ด้านนี้จริงๆ และมีมุมมองที่กว้าง มองหลายด้าน ค่อนข้าง critical ทำให้วิธีคิด วิธีการเรียน การนำเสนอของเรากว้างตามไปด้วยครับ

การเรียนจะเรียนแค่เทอมละ 3 ตัว 2 เทอม รวม 6 ตัว และเทอมสุดท้ายทำ Dissertation ครับ หมายความว่าอาทิตย์นึงเราจะเรียนแค่ สองถึงสามวันเท่านั้น ที่เหลือคือเว้นให้เราค้นคว้าเอง กับอาจจะแบ่งเวลาไปทำอย่างอื่นได้ ไม่ใช่เรียนอย่างเดียว ทำให้ไม่เครียดจนเกินไป

การเรียนของที่นี่จะมีทั้ง Seminar และ Lecture ทั้งคู่ครับ ในส่วนของ Seminar ไม่ว่าในคอร์สนั้นคนจะลงเยอะแค่ไหน ที่นี่ก็ใส่ใจนักเรียนด้วยการแบ่งห้องให้ไม่เกิน 14-15 คนครับ เพื่อให้ทุกคนมีส่วนร่วมได้ discuss กันในห้องครับ ก็เลยต้องเตรียมตัวอ่านก่อนเรียนไปบ้างเพื่อให้มีเรื่องไปคุยได้ แต่ไม่หนักเกินไปครับ การวัดผลของที่นี่ไม่มีสอบครับเป็นการเขียน Essay ส่งตอนท้ายเทอม หรืออาจจะมีงานเดี่ยวหรือกลุ่มเป็นการ Presentation หน้าห้อง 10-15 คะแนนแล้วแต่วิชาครับ แต่ของผมมีทุกวิชาเลย

ในส่วนของเนื้อหา Environmental Law ก็เรียนทั้งกฎหมายของอังกฤษ EU และกฎ ข้อตกลง ปฏิญญาต่างๆ ระดับ International ครับ เอามาปรับใช้เป็นตัวอย่างเปรียบเทียบกับกฎหมายประเทศไทยของเราได้ดีเลยครับ

 

🚉 เมือง Canterbury มีครบทุกอย่างจริงๆ

พอพูดถึงเมือง Canterbury แล้วเป็นสิ่งที่ Proudly present มาก เป็นเมืองที่น่ารักมาก ใครมาเที่ยวอังกฤษต้องมาเที่ยวที่นี่ด้วย แต่ขอพูดถึงมหาวิทยาลัยก่อน facilities ของที่นี่ครบครันตอนเรียน Pre-Sessional ผมพักบนมหาวิทยาลัย มีทั้งยิม ห้องสมุด ร้านอาหาร ซุปเปอร์มาเก็ต มีบัสตลอด ถ้าหากอยากลงไปซื้อของใน city centre

แต่ตอนเรียนปริญญาโท ผมอยู่หอนอกมหาวิทยาลัยก็ดีอีกแบบอยู่ติด city centre เลยเดินไปได้แต่สลับกันต้องนั่งบัสไปเรียน แต่บัสมาตรงเวลา มาตลอดไม่มีปัญหาสำหรับการเรียนหรือจะเดินไปเรียนก็ได้เส้นทางสวยมาก เมืองของที่นี่ที่บอกว่าน่ารักก็เพราะว่าน่ารักทั้งสถาปัตยกรรมของเมืองที่เป็นเมืองอนุรักษ์ เมืองเก่าแก่ คุมโทนสี น่ารักต่อมาก็คือคนในเมืองนี้เป็นมิตรกับนักเรียนเอเชียแบบเรามาก ไม่ค่อยมีอาชญากรรมเท่าไหร่ ส่วนค่าครองชีพก็น่ารักพอกันอยู่ได้สบายๆ ถูกกว่าลอนดอนนิดหน่อยครับ การมาเรียนที่นี่สำหรับเด็กไทยคือไม่ต้องเตรียมสิ่งใดๆ มาเลยก็ยังได้ เพราะที่นี่มีขายทุกอย่าง ทั้งอาหาร เสื้อผ้า ของใช้ ครบถ้วน เอาน้ำหนักกระเป๋าไปใส่ที่อยากเอามาจริงๆ ดีกว่า และสุดท้ายหากอยากไปเดินเล่นลอนดอนแบบไปเช้า - เย็นกลับ ก็ไปได้เพราะอยู่ใกล้กันมาก

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสมัครเรียน
ติดต่อพี่ๆ BRIT-Ed ได้ที่ Line ID: @brit-ed
Tel: 02-168-7890, หรือลงทะเบียนที่แบบฟอร์มด้านล่างบริการทั้งหมดไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้นค่ะ

ลงทะเบียนเพื่อสอบถามข้อมูล

  • ข้อมูลส่วนตัว




  • หลักสูตรที่สนใจศึกษาต่อ